รายงานพิเศษ

ภารกิจเพื่อชาติ หัวใจเพื่อป่าพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส ป่าพรุสมบูรณ์แห่งสุดท้ายของประเทศไทย

หลังต้องเผชิญกับเหตุไฟไหม้ป่าพรุ และพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านในอำเภอสุไหงปาดี และอำเภอสุไหงโก-ลก มาอย่างอย่างนาน ตลอดระยะเวลากว่า 3 สัปดาห์ เมื่อมีฝนหลวงตกในพื้นที่ประกอบกับมรสุมตะวันออกที่พัดปกคลุมในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์ไฟไหม้ป่าคลี่คลายลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยมีการสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอสุไหงปาดี ดังนี้ อำเภอสุไหงโก-ลก มีพื้นที่ได้รับความเสียหายรวม 1,750 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง จำนวน 800 ไร่ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 50 ไร่ และเป็นพื้นที่ของเอกชน จำนวน 900 ไร่ ส่วนที่อำเภอสุไหงปาดี จำนวน 912 ไร่ โดยเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 665 ไร่ และเป็นพื้นที่ของเอกชน จำนวน 247 ไร่

ในวันนี้ (24 พ.ค. 59) พลตรี เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จึงจัดพิธีแสดงความขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมภารกิจดับไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมส่งกำลังเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยกลับฐานปฏิบัติการ โดยมีนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก ผอ.ศปก.อ.สุไหงโก-ลก นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก พ.ท.วสันต์ วุฒิวโรดม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก นายมาเณต บุญญานันต์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ชุดควบคุมไฟป่านราธิวาส กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมพิธีดังกล่าว โดยมีสมาชิกจากองค์กรต่างๆ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ด้วย

นับตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 59 เหตุไฟไหม้ป่าที่เริ่มจากบ้านปอเนาะ หมู่ที่ 7 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี ก็ลุกลามไปเป็นบริเวณกว้างจนเข้ามาในพื้นที่บ้านซรายอ หมู่ที่ 1 ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก เนื่องจากพื้นที่เกิดไฟป่าเป็นดินพรุ ที่ไฟจะลุกไหม้ทั้งบนดินและใต้ผิวดิน ภารกิจครั้งนี้จึงต้องระดมทุกสรรพกำลัง ภายใต้การบังคับบัญชาของนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายสุรพร พร้อมมูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก และนายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอสุไหงปาดี การปฏิบัติงานภายใต้ข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ทำให้พื้นที่เกิดเหตุ คือ แหล่งเชื้อเพลิงชั้นดี สวนทางกับปริมาณน้ำ และแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อดับไฟป่า อีกทั้งสภาพของดินพรุที่อ่อนตัวทำให้รถดับเพลิง และรถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่จุดหัวไฟได้ และด้วยข้อกำจัดเหล่านี้ ทำให้การดำเนินการต้องรอบคอบ รัดกุม และต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อควบคุมไม่ให้ไฟป่าลุกลาม เข้าไปในพื้นที่ป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ที่เป็นป่าพรุสมบูรณ์แห่งสุดท้ายของประเทศ

จากกองอำนวยการร่วมแก้ปัญหาไฟป่า จึงมีการยกระดับเป็นกองอำนวยการควบคุมไฟป่าป่าพรุโต๊ะแดง และป่าพรุบาเจาะ เพื่อบริหารจัดการการแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี อำเภอสุไหงโก-ลก รวมทั้งอำเภอบาเจาะที่เกิดไฟไหม้ป่าขึ้นในภายหลัง

ภารกิจดับไฟไหม้ในครั้งนี้ คือ การวมเฉพาะกิจของทุกหน่วยงาน ทุกระดับ ทั้งทางบกและทางอากาศ เพราะทั้งระดับกระทรวง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพบก กรมอุทยานธรรมชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช จังหวัดนราธิวาส กรมชลประทาน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ทบวง กรม เหล่านี้ จังหวัดนราธิวาส สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอข้างเคียงนำกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือที่มีอยู่มาใช้กันเต็มอัตรา เพื่อหยุดไฟป่าให้ได้โดยเร็วที่สุด กำลังพลจึงต้องเข้าไปเผชิญกับไฟไหม้ป่า ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ หมอกควันที่ปกคลุมหนาแน่น บาดแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุระหว่างเส้นทางการเดินเท้าเข้าไปในป่าที่แม้จะลำบาก แต่ภารกิจทุกอย่างไม่สามารถหยุดลงได้ในทุกกรณี

ขณะที่กำลังเสริมที่เข้ามาช่วยในภารกิจนี้ ก็ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ จังหวัดสงขลา ที่สนับสนุนการจัดทำฝนเทียมทุกๆ วัน วันละ 1 เที่ยว ตั้งแต่วันที่ 4-15 พ.ค. 59 เฮลิคอปเตอร์จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 1 ลำ เฮลิคอปเตอร์จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จำนวน 2 ลำ พร้อมอุปกรณ์บรรทุกน้ำ และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 17 พร้อมอุปกรณ์บรรทุกน้ำ จากศูนย์การบินทหารบกลพบุรี รถสูบส่งน้ำระยะไกล จากศุนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา ที่ลำเลียงน้ำจาก คลองชลประทานปาเสมัส คลองชลประทานมูโนะ ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อ่างเก็บน้ำฟาร์มตัวอย่างใน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บ้านโคกไร่ใหญ่ อำเภอสุไหงปาดี เข้าไปดับไฟป่าในจุดหัวไฟ ส่วนรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ ก็เดินทางหมุนเวียนเข้าไปยังแหล่งน้ำในพื้นที่ ประกอบด้วย สระน้ำสวนสิรินธร และสระน้ำ สวท.สุไหงโก-ลก ตลอดทั้งวัน ทั้งคืน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการดับไฟ ซึ่งในช่วงหน้าแล้งมีแหล่งน้ำเพียงไม่กี่แห่งที่จะใช้ในภารกิจนี้ นอกจากนี้ยังรวมถึงแหล่งน้ำที่ต้องขุดหาภายในพื้นที่ดินพรุใกล้จุดเกิดเหตุ เช่นเดียวกับการดูแลสุขภาพของประชาชนจากปัญหาหมอกควันไฟป่าที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลตรวจสุขภาพ และแจกหน้ากากอนามัย เพื่อสุขภาพอนามัยของกลุ่มเสี่ยง

ภารกิจในครั้งนี้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ความสำคัญมาก ถึงขนาดต้องมีการเรียกประชุมประเมินสถานการณ์แบบรายวัน เพื่อวางแผนแก้ปัญหาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

จากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้น เราจึงได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคน ที่ร่วมกันออกมาปกป้องป่าพรุสิรินธร (ป่าพรุโต๊ะแดง) อย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้จะต้องปฏิบัติงานท่ามกลางหมอกควัน ทุกคนก็ยังคงปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูง และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ เราได้เห็น อส. อปพร. และทหาร ที่ปกติจะทำงานด้านความมั่นคง และงานมวลชนสัมพันธ์มาถือท่อส่งน้ำ สายยาง และเครื่องดับเพลิงแบบหาบหามเข้าไปช่วยดับไฟป่า ร่วมกับชุมควบคุมไฟป่าที่มีหน้าที่ดับไฟโดยตรง แต่มีกำลังคนไม่เพียงพอ แม้ทุกคนจะทำอย่างทุลักทุเลเพราะไม่มีประสบการณ์ แต่ด้วยความรักในทรัพยากรป่าไม้ของแผ่นดินทุกคน จึงพยายามเรียนรู้ และทำทุกทาง เพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

เบื้องหลังรอยยิ้มที่เกิดขึ้นในวันนี้ จึงเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน สำหรับผู้ที่เข้าไปปฏิบัติงานในภารกิจดับไฟป่า เพราะเต็มไปด้วยร่องรอยของความยากลำบาก หยาดเหงื่อ บาดแผล สุขภาพร่างกายที่เหนื่อยล้า แรงกดดันจากสภาพอากาศ และปัจจัยที่ไม่เอื้อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ที่มาพร้อมมิตรภาพของเจ้าหน้าที่ต่างหน่วยงานที่มาร่วมกันเฉพาะกิจ ที่แค่มองตาก็เข้าใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจึงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ว่า ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาผืนป่า และปกป้องป่าพรุสิรินธร (ป่าพรุโต๊ะแดง) ที่เป็นป่าพรุอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยทางธรรมชาติ ที่โอบล้อมไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า เพื่อให้ลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป จึงขอเรียกสิ่งที่น่าภาคภูมิใจนี้ ว่า “ภารกิจเพื่อชาติ หัวใจเพื่อป่าพรุโต๊ะแดง ป่าพรุสมบูรณ์แห่งสุดท้ายของประเทศไทย”

กุศลิน สุวรรณโณ สวท.สุไหงโก-ลก / รายงาน

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวยอดนิยม

To Top