ข่าวทั่วไป

การขับเคลื่อน “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ” ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ของอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เน้นให้ทุกกิจกรรมเกษตรกรในพื้นที่ต้องได้รับประโยชน์สูงสุด

การขับเคลื่อน “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ” ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ของอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เน้นให้ทุกกิจกรรมเกษตรกรในพื้นที่ต้องได้รับประโยชน์สูงสุด

“โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ” ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและชุมชนด้วยการน้อมนำหลักการ ทฤษฎี และแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้พระราชทานไว้ มาส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน โดยใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและเครือข่าย เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาภาคการเกษตรของ ชุมชน มีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืน

สำหรับ อ.สุไหงโก-ลก ได้ดำเนินการใน 3 ชุมชน ประกอบด้วย ต.ปาเสมัส ต.มูโนะ และ ต.ปูโยะ งบประมาณชุมชนละ 2,500,000 บาท รวมงบประมาณทั้งหมด 7,500,000 บาท โดยชุมชน ต.ปาเสมัส จัดทำโครงการปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน ชุมชน เนื่องจากปัจจุบันส่วนใหญ่จะซื้อผักมาจากตลาด โดยผักส่วนใหญ่มาจากต่างภูมิภาค ทำให้รายได้ส่วนใหญ่ไปตกอยู่กับพ่อค้าคนกลาง อีกทั้ง ยังเสี่ยงต่อการบริโภคผักที่ปนเปื้อนสารพิษ ดังนั้น เมื่อมีการดำเนินโครงการปลูกผักเพื่อการบริโภคในครัวเรือน ชุมชน ก็จะช่วยลดรายจ่าย ตลอดจนทำให้ประชาชนในพื้นที่บริโภคผักที่สดสะอาดและปลอดภัย เนื่องจากมีการควบคุมการผลิตอย่างใกล้ชิด ส่วน ต.ปูโยะ และ ต.มูโนะ ซึ่งจัดทำโครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ก็จะสามารถนำปุ๋ยอินทรีย์มาใช้เพื่อการเพาะปลูกในครัวเรือนและชุมชน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพสูง ตลอดจนสามารถนำออกจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง

นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก กล่าวว่า ในการขับเคลื่อน “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ” ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ได้แต่งตั้งคณะทำงาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ เกษตรอำเภอและปศุสัตว์อำเภอ เข้ามาช่วยดูแลและเป็นพี่เลี้ยง โดยเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ต้องได้รับประโยชน์สูงสุด ทั้งในส่วนของการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมทั้งมีผลผลิตที่มีคุณภาพสูง อีกทั้ง ได้เน้นย้ำให้ทุกชุมชนปฏิบัติตามระเบียบของการใช้งบประมาณตามโครงการอย่างเคร่งครัด และโปร่งใส

ด้าน นางมยุรี อรุณวงศ์ เกษตรอำเภอสุไหงโก-ลก ระบุผลการดำเนินงานโครงการของทั้งสามชุมชนได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้สามารถดำเนินการจัดจ้างแรงงาน และจัดซื้อปัจจัยการผลิตจากในพื้นที่ไปแล้วประมาณ 68 เปอร์เซ็นต์ โดยภายในเดือนสิงหาคมนี้มั่นใจว่าจะดำเนินการจัดจ้างแรงงาน และเบิกจ่ายวัสดุทั้งหมดแล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ตั้งเป้าภายในเดือนกันยายนจะเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการให้

กุศลิน สุวรรณโณ สวท.สุไหงโก-ลก / รายงาน

ข่าวยอดนิยม

To Top