ข่าวการศึกษา

ม.อ.ภูเก็ต เจาะลึกงานวิจัยผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ “ไข่มุกอันดามัน” และเพิ่มรายได้ชุมชนจากงานวิจัย “สาหร่ายพวงองุ่น”

นักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ผู้ช่วยศาสตราจารย์กรรนิการ์ กาญจนชาตรี คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นวิจัยผลิตภัณฑ์ “ไข่มุกอันดามัน” เพื่อสร้างรายได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กรรนิการ์ กาญจนชาตรี เล่าถึงที่มาที่ไปของงานวิจัยว่า การศึกษาวิจัยเรื่องมุกได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 โดยได้รับทุนสนับสนุนจากคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเห็นชอบของ รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม ซึ่งเป็นรองอธิการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ในปัจจุบัน เพราะท่านเล็งเห็นว่าแกนของงานวิจัยที่แท้จริง คือ สามารถตอบโจทย์ของชุมชนได้

ดังนั้นควรที่จะสนับสนุนภูมิปัญญาของท้องถิ่นเป็นประเด็นสำคัญ งานวิจัยมุก หรือไข่มุก จึงเป็นงานวิจัยหลักของคณะที่จะต้องทำเพื่อจังหวัดภูเก็ต มุกธรรมชาติ (Natural Pearl) เกิดจากวัตถุภายนอกพลัดตกลงไปในตัวหอยหอยจึงขับสารมุก โดยเซลล์บุผิวของเนื้อเยื่อแมนเทิล (Mantle) ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ในการสร้างเปลือกหอย โดยดึงสารประกอบแคลเซียมจากน้ำมาสร้างเป็นชั้นเปลือกขึ้น ชั้นมุกประกอบด้วยผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนต ที่เรียกว่า “อะราโกไนท์” (Aragonite) รวมกับเมือกและสารจำพวกคองคิโอลิน (Conchiolin) แทรกอยู่ ทำให้ดูมีประกายสีรุ้งแวววาว มุกชนิดนี้หายากมากในธรรมชาติ มีรูปทรงแตกต่างกันเพราะไม่สามารถควบคุมรูปทรงได้ ราคาแพง จึงทำให้มนุษย์คิดค้นมุกเลี้ยงขึ้นในเวลาต่อมา (Culture Pearl)

โดยผลจากงานวิจัยเรื่องมุกช่วยร่นระยะเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตมุกได้ จาก 18 เดือน ที่เกษตรกรเคยทำมาเหลือเพียง 7-9 เดือน โดยที่ไม่ทำให้มุกเปลี่ยนรูปทรงและความหนาของมุกคงที่ ช่วยเพาะเลี้ยงหอยมุกเพื่อทดแทนหอยมุกจากธรรมชาติที่มีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ ช่วยพัฒนาสีของมุก ตำแหน่งการวางแกนมุก (Nucleus) ชนิดของอาหารและระดับน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงหอยมุก

สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยทั้งหมด ทำให้อุตสากรรมมุกในจังหวัดภูเก็ตพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากระดับจังหวัดถึงระดับนานาชาติ จนได้รับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์มุกภูเก็ต (Geographical Indications หรือ GI) ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่เน้นย้ำความสำคัญของงานวิจัย ที่ช่วยดึงจุดเด่นเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนในท้องถิ่นนั้น ๆ

นอกจากนี้งานวิจัยเรื่อง “ประมงที่ยั่งยืนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ได้ทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นงานวิจัยเชิงบูรณาการมีการทำงานร่วมกัน ระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชุมชนและเอกชน โดยช่วยส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการฝึกสอนให้เพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (นักศึกษาในโครงการประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่ 1) ได้ทำงานร่วมกับชุมชน และนักศึกษาในโครงการก็มีรายได้เป็นทุนการศึกษาจากการขายสาหร่ายด้วยเช่นกัน โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่การวิจัยจากบริษัท ภูเก็ต เพิร์ล อินดรัสทรี จำกัด

 

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวยอดนิยม

To Top