ข่าวทั่วไป

ผู้ว่าฯ สงขลา ติดตามการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ในช่วงฤดูมรสุม

ช่วงบ่ายวันนี้ (16 ต.ค. 62) ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ติดตามการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ในช่วงฤดูมรสุม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ อาทิ นางสาวพะเยาว์ เมืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา นายธีระเทพ เทพสุยะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา ฯลฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

นางสาวพะเยาว์ เมืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก กล่าวว่า การคาดหมายลักษณะอากาศ และปริมาณฝนจังหวัดสงขลา ปี 2562 บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้มีกำลังแรงเป็นช่วง ๆ และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทางภาคใต้ และทะเลอันดามัน ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2562 จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยจะมีกำลังแรงในช่วงที่มวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุม มีกำลังปานกลางถึงกำลังแรง ซึ่งการคาดหมายลักษณะฝนโดยรวม เดือนตุลาคม 2562 ฝนใกล้เคียงกับค่าปกติ (ค่าปกติ 257.1 มิลลิเมตร) เดือนพฤศจิกายน 2562 ฝนใกล้เคียงกับค่าปกติ (ค่าปกติ 545.9 มิลลิเมตร) และเดือนธันวาคม 2562 ฝนลดลง ประมาณร้อยละ 10 (ค่าปกติ 444.7 มิลลิเมตร)

ทั้งนี้ หากมีหย่อมความกดอากาศต่ำ หรือพายุหมุนเขตร้อน (พายุดีเปรสชั่น พายุโซนร้อน พายุไต้ฝุ่น) เคลื่อนเข้ามาในทะเลจีนใต้ตอนล่าง หรืออ่าวไทย และภาคใต้ จะทำให้ฝนมีมากกว่าค่าปกติ โดยจะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทะเลมีคลื่นสูง 3-5 เมตร

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (17 ต.ค. 62) เป็นต้นไป จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงมา ซึ่งทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้มีการแจ้งเตือนในห้วงวันที่ 17-19 ตุลาคม 2562 พื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และจังหวัดนราธิวาส ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ด้าน นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดสงขลา มีจำนวน 5 ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย

1.ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาทิศเหนือ

2.ลุ่มน้ำคลองรัตภูมิ

3.ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

4.ลุ่มน้ำคลองนาทวี

และ 5.ลุ่มน้ำคลองเทพา

มีอ่างเก็บน้ำหลัก 3 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองหลา ขณะนี้ มีปริมาณกักเก็บน้ำ ร้อยละ 33 ของความจุอ่าง , อ่างเก็บน้ำคลองจำไหร ร้อยละ 18 และอ่างเก็บน้ำสะเดา ร้อยละ 54.48 โดยพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดสงขลา ทั้ง 16 อำเภอ มีจำนวน 104 ตำบล 591 หมู่บ้าน แบ่งเป็น 4 เขตรับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมครอบคลุมทุกด้านแล้ว หากเกิดสถานการณ์จะสามารถเข้าปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที

ขณะที่ นายธีระเทพ เทพสุยะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้ ทางสำนักชลประทานที่ 16 จังหวัดสงขลา ได้มีการรายงานสรุปสถานการณ์น้ำ และการเฝ้าระวังเป็นประจำทุกวัน และได้มีการเตรียมอุปกรณ์ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำรถขุด รถบรรทุก ฯลฯ ไว้พร้อมแล้ว โดยจังหวัดสงขลา มีพื้นที่เฝ้าระวังทั้งหมด 3 จุด ประกอบด้วย พื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลนครหาดใหญ่ พื้นที่ชุมชนริมคลองธรรมชาติ อำเภอหาดใหญ่ และพื้นที่บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งได้มีการเตรียมความพร้อม ทั้งเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ จำนวน 124 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ อีกจำนวน 80 เครื่อง

ทั้งนี้ นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กำชับทุกภาคส่วนในการร่วมกันบูรณาการการทำงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งก่อนเกิดเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุการณ์ และหลังเกิดเหตุการณ์ พร้อมเฝ้าระวังติดตามการคาดการณ์สถานการณ์น้ำที่จะเกิดขึ้น ระบบบริหารจัดการการระบายน้ำ การบริหารจัดการน้ำของคาบสมุทรสทิงพระ การบริหารจัดการเพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำ รวมทั้งการแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนในกรณีเกิดเหตุฝนตกหนักได้อย่างทันท่วงที พร้อมปฏิบัติงาน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน

สุธิดา พฤกษ์อุดม สวท.สงขลา / ข่าว

KTSLive  /ภาพ

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวยอดนิยม

To Top