ข่าวทั่วไป

คณะผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ จ.สงขลา ติดตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายประเด็นสำคัญของรัฐบาล

วันนี้ (7 ส.ค. 63) ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต 5 พร้อมด้วยนายราชิต สุดพุ่ม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายอรุณชัย พุทธเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางมาตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ 2563 รอบที่ 2 โดยมีนายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน ด้านเศรษฐกิจ ร่วมให้ข้อมูลอย่างพร้อมเพรียง

นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต 5 กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในแต่ละพื้นที่ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับภาคประชาชนและภาคเอกชน ในการร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายได้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ขณะที่ นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว พร้อมดึงภาคประชาชนและภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ผ่านการสร้างความเข้าใจ เพื่อให้เกิดประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ทุกภาคส่วนได้อย่างยั่งยืน

สำหรับการตรวจติดตามในครั้งนี้ ได้มีการติดตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายประเด็นสำคัญของรัฐบาล อาทิ การเกษตรสร้างมูลค่า การพัฒนาชุมชนเมือง การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน การจัดการประมงอย่างยั่งยืน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจราชการตามมาตรา 34 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัด และกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ.2551 ได้แก่ การตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำของจังหวัด และกลุ่มจังหวัด รวมทั้งการบริหารงบประมาณจังหวัดและงบประมาณกลุ่มจังหวัดประจำงบประมาณ พ.ศ.2563 และการตรวจติดตามงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่ การตรวจติดตามโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี การติดตามมาตรการในการป้องกันการควบคุมการแพร่ระบาด และการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

โดยในส่วนของความสำเร็จเกษตรแปลงใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้แก่แปลงใหญ่ข้าวแปลงใหญ่ผึ้งโพรง แปลงใหญ่ปลานิล และแปลงใหญ่ยางพารา เกษตรกรผ่านมาตรฐาน GAP 115 รายจากเกษตรกร 1,809 ราย เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและกุ้งขาวแวนนาไม ผ่านการตรวจมาตรฐาน GAP ฟาร์ม จำนวน 35 แปลง คิดเป็นร้อยละ 41 ฟาร์มแพะที่ได้รับมาตรฐาน GFM จำนวน 53 ฟาร์ม คิดเป็นร้อยละ 60

นอกจากนี้ จังหวัดสงขลามี Smart Farmer จำนวน 1,491 ราย ในการสร้างเครือข่ายเกษตรกรเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องขั้นตอนการผลิต การลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิต มีแผนการผลิตรายบุคคล (IFPP) การพัฒนาคุณภาพสินค้า GAP มี Smart Farmer เป็นต้นแบบถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายคณะผู้ตรวจราชการได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา พร้อมร่วมประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสงขลา อีกด้วย

สุธิดา พฤกษ์อุดม สวท.สงขลา / ข่าว

KTSLive  /ภาพ

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวยอดนิยม

To Top