ข่าวทั่วไป

รองอธิบดีกรมชลประทาน และคณะ ลงพื้นที่ จ.สงขลา เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2563 พร้อมปล่อยขบวนรถขนย้ายเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

วันนี้ (26 พ.ย. 63) ที่สำนักชลประทานที่ 16 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คณะผู้บริหารกรมชลประทาน นำโดยนายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน (ฝ่ายก่อสร้าง) และนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน (ฝ่ายบำรุงรักษา) และคณะ ลงพื้นที่ประชุมติดตามความพร้อมการรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2563 พร้อมปล่อยขบวนรถขนย้ายครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยมีคณะผู้บริหากรมชลประทาน ทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมให้การต้อนรับ

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การปล่อยขบวนรถขนย้ายครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อเตรียมการรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากรัฐบาล โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติอุทกภัย เตรียมความพร้อมให้สามารถดำเนินการป้องกันมิให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน สามารถเผชิญเหตุกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติในพื้นที่ได้ทันท่วงที

“…กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน ได้ตระหนัก น้อมรับนโยบายดังกล่าว โดยได้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำในฤดูน้ำหลาก ทั้งในช่วงก่อนน้ำมา ระหว่างน้ำมา และภายหลังน้ำลด ไม่ว่าจะการบริการจัดการน้ำด้วยระบบชลประทาน การจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมบุคลากรอย่างเต็มศักยภาพ….

สำหรับสถิติการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยทั่วไปจะเกิดในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนมกราคม การเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรกลของกรมชลประทาน จะจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือไว้ที่จุดพักคอย 4 จุดใหญ่ ที่จะคอยเติมให้กับจุดย่อยในจังหวัดต่าง ๆ คือ 1.สำนักงานชลประทานที่ 14 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2.สำนักงานชลประทานที่ 15 จังหวัดนครศรีธรรมราช 3.สำนักงานชลประทานที่ 16 จังหวัดสงขลา และ 4.สำนักงานชลประทานที่ 17 จังหวัดนราธิวาส รวมถึงได้มีการดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ในจุดที่มีน้ำท่วมซ้ำซากไว้พร้อมแล้ว ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที และได้มีการสำรวจและดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำต่าง ๆ แล้วด้วย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา มั่นใจว่าหากปริมาณน้ำไม่เกิน 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะสามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวยอดนิยม

To Top