ข่าวทั่วไป

ผู้ว่าฯ สงขลา กำชับเจ้าหน้าที่เข้มข้นมาตรการคัดกรอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างต่อเนื่อง หลังพบผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ ผ่านด่านพรมแดนสะเดา

วันนี้ (20 ม.ค. 64) นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 10/2564 เพื่อติดตาม รับฟังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึงการจัดการการระบาดของโรคมาตรการการป้องกัน การกักกันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ถูกจับกุม การเตรียมความพร้อม Local Quarantine แนวทางการป้องกันควบคุมโรค การติดตามกลุ่มเสี่ยงจากพื้นที่เสี่ยง 11 จังหวัด ระบบขนส่งสาธารณะ ผู้ขับรถขนส่งสินค้า และพัสดุ ผู้เดินทางเข้าพักโรงแรม ร้านขายยา การคัดกรองเชิงรุก และการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ ฯลฯ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดสงขลา

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั้งในและต่างประเทศ ได้ส่งผลกระทบทั้งในด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งจังหวัดสงขลาได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมถึงการเฝ้าระวัง ติดตามผู้ที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงทั้งจากในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ซึ่งยังคงมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด พบว่าสถานการณ์ COVID-19 จังหวัดสงขลา พบผู้ป่วยเพิ่มรวม 5 ราย เป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซีย ทางด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นนักโทษที่เพิ่งพ้นโทษออกมา ทำให้ขณะนี้จังหวัดสงขลามียอดผู้ป่วยสะสม 7 ราย แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศ 2 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 5 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษา 5 ราย

ขณะที่ บรรยากาศที่ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย ได้มีการคุมเข้มพื้นที่เข้า-ออก ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งในส่วนของกลุ่มคนขับรถขนส่งสินค้าที่เข้า-ออก ทั้ง 2 ประเทศ และพื้นที่ตามรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่เป็นช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาของแรงงานต่างด้าว รวมถึงคนไทยที่อาจจะลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย

สำหรับแนวทางการกักกันกรณีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ถูกจับกุม 1. ให้ทางตำรวจดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย และประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อตรวจเชื้อ COVID-19 ก่อนส่งตัวผู้ต้องขังเข้าสู่เรือนจำ จากนั้นทางเรือนจำจะนำผู้ต้องโทษเข้าแดนแรกรับเพื่อแยกกัก 14 วัน และประสานโรงพยาบาลแม่ข่าย เพื่อตรวจเชื้อ COVID-19 ในวันที่ 12-13 ของการกักตัวก่อนส่งไปยังแดนปกติ 2.การตรวจเชื้อโครงการ Swab ในผู้ต้องขังแรกรับของเรือนจำและทัณฑสถานก่อนแยกไปแดนต่าง ๆ ต้องครอบคลุมทุกคนร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยทำการ Swab 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ช่วงวันที่ 3-5 และครั้งที่ 2 ช่วงวันที่ 12-13 และ 3.การนับวันที่ 1 ของการกักตัวผู้ต้องขัง ให้เริ่มนับ 1 โดยอ้างอิงจากวันที่มีประวัติไปสัมผัสความเสี่ยงนั้น

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ขอความร่วมมือประชาชน หากมีประวัติการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ ที่มีการพบผู้ติดเชื้อ หรือ “พื้นที่ควบคุมสูงสุด” ขอให้กักกันตัว และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่นเป็นเวลา 14 วัน หากพบว่ามีอาการผิดปกติให้ไปพบแพทย์และให้ข้อมูลที่แท้จริงกับแพทย์ พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค COVID-19 (D-M-H-T-T) ได้แก่ การเว้นระยะห่าง การสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย การหมั่นล้างมือ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การใช้แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ” เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้อีกทางหนึ่ง

สุธิดา พฤกษ์อุดม สวท.สงขลา / ข่าว

KTSLive / ภาพ

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวยอดนิยม

To Top