ข่าวทั่วไป

วจก. ม.อ. ตอบโจทย์มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม จับมือออมสินพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ตามโครงการ “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น”

วันนี้ (29 มี.ค. 64) ณ อาคารวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการจัดการ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรวัฒน์ หังสพฤกษ์ ให้การต้อนรับท่านผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 18 (คุณศักดิ์สิทธิ์ สุนทรกุล) ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เขตสงขลา 2 (คุณเขมินท์ เมธีอภิรักษ์) ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาศรีภูวนารถ (คุณบุญลือ ประยูร) พร้อมด้วยทีมงานธนาคารออมสินภาค 18 เพื่อรับฟังการนำเสนอการปิดโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ปี 2563

โดยในปีนี้มีกลุ่มองค์กรชุมชนซึ่งนักศึกษาและอาจารย์ของคณะวิทยาการจัดการ ได้ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการขาย การออม และการทำบัญชี จำนวน 4 กลุ่ม ของอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ได้แก่ 1.กลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชนโคกเมือง (การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ปลาดุกร้าทอดกรอบ แกงไตปลาแห้ง) 2.กลุ่มปลูกผักสหกรณ์การเกษตร อำเภอควนเนียง (ผักปลอดสารพิษ ชุดผักสลัด ชุดผักแกงเลียง ชุดผักจับฉ่าย) 3.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรบ้านหน้าควน (เครื่องแกงเผ็ด เครื่องแกงส้ม เครื่องแกงกะทิ เครื่องแกงเขียวหวาน) 4.กลุ่มพลิ้วฟาร์มสเตย์ (โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรอินทรีย์) ทั้งนี้ ทางกลุ่มองค์กรชุมชนทั้ง 4 กลุ่ม ได้นำสินค้ามาจัดแสดงและวางจำหน่าย ณ บริเวณลานบน อาคารเรียน 2 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรวัฒน์ หังสพฤกษ์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมมือกับธนาคารออมสิน กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบเศรษฐกิจในระดับชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยเศรษฐกิจหลักของระบบเศรษฐกิจ โดยคณะวิทยาการจัดการได้เข้าร่วมในการจัดกิจกรรมด้านการเสริมสร้างและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการบูรณาการภูมิปัญญาและวิทยาการสมัยใหม่ของคณะกับภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่น ตามโครงการ “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น” มาตั้งแต่ปี 2561 โดยได้นำนักศึกษาและคณาจารย์เข้าไปร่วมเรียนรู้กับชาวบ้านเพื่อพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งได้ช่วยในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ช่วยในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ บรรจุภัณฑ์ รวมทั้งสอนการทำบัญชีให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ

โดยในปี 2561 คณะ ได้ลงพื้นที่ 5 กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ส่วนในปี 2562 ได้ลงพื้นที่ 4 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดสงขลา ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในอำเภอจะนะ สิงหนคร และควนเนียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอควนเนียง ได้นำนักศึกษาและคณาจารย์ลงพื้นที่ช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจำนวนถึง 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสวนลุงวรควนเนียง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครื่องแกงบ้านเกาะยวน ทำให้ทราบปัญหาเบื้องต้นในพื้นที่และต้องการต่อยอดเป็นการวิจัยเพื่อการแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว จึงเป็นที่มาว่าในปี 2563 คณะวิทยาการจัดการ ได้มุ่งเป้าผลักดันโครงการวิจัย วจก. สู่ชุมชน เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) คือ เน้นพันธกิจมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม (University Engagement) โดยมหาวิทยาลัยต้องมีส่วนในการใช้องค์ความรู้ของการวิจัยเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนในพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้วยการสร้างนวัตกรรมสำหรับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน ซึ่งจะต้องอาศัยการบูรณการศาสตร์ในทุกสาขาวิชา สอดคล้องกับการที่คณะวิทยาการจัดการมีศาสตร์การจัดการที่หลากหลายทั้งศาสตร์ด้านบริหารธุรกิจ การบัญชี และรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งจะสามารถทำให้เกิดการวิจัยและบริการวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์

คณะวิทยาการจัดการ ก็ได้ปักหมุดพื้นที่อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่นำร่องในการวิจัยเชิงปฏิบัติการ รวมไปถึงการดำเนินโครงการร่วมกับธนาคารออมสินตามโครงการ “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น” ในปี 2563 ในครั้งนี้ด้วย โดยในวันนี้จะเป็นการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการย่อย ภายใต้โครงการ “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น” ซึ่งประกอบด้วย 4 โครงการย่อย ที่นักศึกษาและคณาจารย์ได้ลงพื้นที่ช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จำนวน 4 กลุ่ม ในพื้นที่อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชนโคกเมือง กลุ่มปลูกผักสหกรณ์การเกษตร อำเภอควนเนียง กลุ่มแม่บ้านเกษตรบ้านหน้าควน และกลุ่มพลิ้วฟาร์มสเตย์ ซึ่งทางคณะวิทยาการจัดการต้องขอขอบพระคุณธนาคารออมสิน ที่ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยสำหรับโครงการดี ๆ เช่นนี้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการพัฒนานักศึกษาให้สามารถประยุกต์องค์ความรู้สมัยใหม่ที่ได้เรียนมาในการเข้าไปช่วยพัฒนาชุมชนบ้านเกิด โดยยังคงไว้ซึ่งการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ดีงาม

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยส่งเสริมการมีจิตสาธารณะให้แก่นักศึกษา สอดคล้องกับพระราชปณิธานของพระราชบิดา ที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง”

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวยอดนิยม

To Top