ข่าวทั่วไป

กลุ่มหนุนจะนะ บุกศาลากลาง แสดงจุดยืน เรียกร้องรัฐบาลเดินหน้านิคมจะนะ เพื่อการพัฒนาเมืองสงขลา และรองรับการทำงานของเด็กรุ่นใหม่ในอนาคต

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (13 ม.ค. 65) กลุ่มผู้สนับสนุนนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จาก 3 ตำบล กว่า 500 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยมีนายไพโรจน์ และสูบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา เป็นตัวแทนรับหนังสือเรียกร้องจากตัวแทนกลุ่มสนับสนุนในอำเภอจะนะ ณ หน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา (หลังเก่า)

ทั้งนี้ ตัวแทนภาคประชาชนจากผู้สนับสนุนจาก ตำบลตลิ่งชัน ตำบลนาทับ และตำบลสะกอม ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ของชาวอำเภอจะนะ ที่เดินทางมายื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลว่า เพื่อต้องการที่จะพัฒนาบ้านตนเอง โดยการมีส่วนร่วมจากประชาชนใน 3 ตำบล และร่วมอีก 9 ตำบลของขอบเขตผังเมืองที่กำหนดไว้ จึงอยากสะท้อนปัญหาให้เห็นว่า คนจะนะคิดกันเองว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องบุกขึ้นมาบอกกับคนทั่วประเทศว่า วันนี้จังหวัดสงขลา พี่น้องอำเภอจะนะต้องการผลักดันโครงการนี้ เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์กับจังหวัดสงขลา โดยดูจากอัตราการเจริญของจังหวัดระยองที่เป็นหนึ่งในการพัฒนาประเทศไทย และ รายได้ถัวเฉลี่ย 1 คนต่อ 1 ล้านบาทต่อคนต่อปี แต่เมื่อมาดูจังหวัดสงขลา ที่อำเภอจะนะที่รับผิดชอบโดย ศอ.บต. วันนี้คนจะนะใน 4 อำเภอยังอยู่เหมือนเดิม เพราะถูกขัดขวางโดยกลุ่ม NGO ที่เห็นต่าง

ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่จะลุกขึ้นมา เพื่อต้องการที่จะกำหนดทิศทางในการพัฒนาในครั้งนี้ให้เกิดขึ้น ซึ่งวันนี้ทุกคนพยายามจะปฏิบัติตามตัวบทกฏหมาย แต่ทุกฝ่ายก็ใช้แรงกดดันรัฐบาล และวันนี้รัฐบาลเองก็อยากให้มีการจ้างงานเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจที่จะขับเคลื่อนไปได้ พวกเราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยรัฐบาล ในเรื่องของการสร้างงานในอำเภอจะนะ จึงต้องการขับเคลื่อนโครงการนี้ต้องให้เกิดขึ้น อย่าชะลอโครงการ วันนี้จึงต้องมาทวงถามรัฐบาลว่าทำไม เมื่อมติ ครม. ผ่านไปแล้ว พอถึงเวลาคนไปเพียง 50 คนท่านก็หยุด แล้วจะทำอย่างไร จึงต้องมาแสดงจุดยืนว่า เราอยากพัฒนาบ้านเราให้เหมือนกับจังหวัดที่เจริญแล้ว จึงมาเรียกร้องในวันนี้โดย

1.รัฐบาลจะต้องให้ความมั่นใจกับประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ว่า จะไม่ยุติโครงการนี้แค่เพียงเพราะคนส่วนน้อยที่ขัดขวาง และยืนยันดำเนินโครงการต่อไปจนสำเร็จตามเวลาที่กำหนด ไม่หลุดไปจากความเหมาะสมของยุคสมัย เพราะคนหนุ่มสาวที่กำลังเรียนหนังสือชั้นมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษาอยู่ขณะนี้ มีความหวังจะเข้าสู่โอกาสการทำงานในอนาคตของโครงการนี้อย่างแน่นอน

2.ขอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในชุมชนผู้มีส่วนได้เสียจริงอย่างทั่วถึง ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม และหากเป็นไปได้ขอให้เร่งรัดศึกษาผลกระทบทางยุทธศาสตร์ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะในสถานการณ์เศรษฐกิจ การทำมาหากินยากลำบากลงเรื่อย ๆ นั้น ประชาชนในพื้นที่ต่างรอการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จากการพัฒนาที่เกิดขึ้น

3.รัฐบาลควรใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อการกระทำใด ๆ ของคนบางกลุ่มที่ละเมิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิของผู้อื่น เช่น การขัดขวางการประชุม การรื้อเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทุกกรณี

4.ในคณะกรรมการตรวจสอบระดับพื้นที่ต้องจัดให้มีแกนนำ หรือผู้นำชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิที่คนส่วนใหญ่ยอมรับจาก 3 ตำบล เป็นกรรมการร่วมในสัดส่วนของผู้สนับสนุนโครงการไม่น้อยกว่ากลุ่มคัดด้านโดรงการ

ประการสุดท้าย พวกเราประชาชนผู้มีส่วนได้เสียจริงในพื้นที่ยืนยันว่า ยังคงสนับสนุนและคาดหวังให้โครงการพัฒนานี้เกิดขึ้นเป็นจริงในเวลารวดเร็ว และเชื่อมั่นต่อความพยายามของรัฐบาล เพราะว่าโครงการเป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชนในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนไทยทั้งชาติ

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ข่าวยอดนิยม

To Top