ข่าวทั่วไป

จังหวัดสงขลา ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมวางแนวทางให้บริการวัคซีนเข็มกระตุ้นในเด็กนักเรียน อายุ 12-17 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้

วันนี้ (22 เม.ย. 65) นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 8/2565 เพื่อติดตามสถานการณ์และมาตรการสำคัญในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดสงขลา และผ่านระบบทางไกล ซึ่งจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสงขลา วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 332 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

จากนั้น ในที่ประชุมได้หารือแนวทางการให้บริการวัคซีนเข็มกระตุ้นในเด็กนักเรียน อายุ 12-17 ปี ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้ว ให้เข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีม่วง เป็นเข็มกระตุ้น เข็มที่ 3 และต้องมีระยะห่างจาก เข็มที่ 2 4-6 เดือนขึ้นไปเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แม้ว่าเด็กที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรืออาการน้อย แต่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่ม เพื่อป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิต ซึ่งการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไฟเซอร์ฝาสีม่วงในกลุ่มเป้าหมาย อายุ 12-17 ปี (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6) ที่มีสุขภาพแข็งแรงนั้น เป็นการฉีดเข็มกระตุ้นผ่านระบบการศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดเทอมภาคการศึกษา ที่ 1/2565 ซึ่งสูตรการฉีดในกลุ่มเด็ก อายุ 12-17 ปี จะฉีดคนละ 15 ไมโครกรัมต่อโดส โดยจะเริ่มฉีดพร้อมกันทั่วประเทศช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2565

สำหรับสถิติผู้เดินทางผ่านระบบ Test and Go ทางบก ผ่านด่านพรมแดนสะเดา ที่ได้เปิดให้บริการไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 และทางอากาศ โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินหาดใหญ่-กัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ไปวันที่ 13 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1-21 เมษายน 2565 จำนวน 1,653 ราย แยกเป็นผ่านด่านทางบก 1,558 ราย และทางอากาศ 74 ราย โดยแยกตามสัญชาติที่เดินทางเข้าราชอาณาจักร 5 อันดับแรก ได้แก่ สัญชาติมาเลเซีย 1,010 ราย สัญชาติไทย 506 ราย สัญชาติสิงคโปร์ 17 ราย สัญชาติอังกฤษ 7 ราย และสัญชาติอื่น ๆ รวม 53 ราย เฉลี่ยแล้วมีการเดินทางเข้าผ่านระบบ Test and Go ทางบกและทางอากาศ จำนวน 78 รายต่อวัน

ส่วนในด้านปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางน้อย พบว่านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้าจังหวัดสงขลา ในระบบ Test and Go ต้องมีค่าใช้จ่ายในการตรวจ RT PCR 1 ครั้ง และประเทศมาเลเซียได้กำหนดให้ผู้เดินทางเข้าประเทศ ต้องตรวจหาเชื้อ RT PCR 2 วันก่อนเดินทาง ทำให้ผู้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย และเดินทางกลับไปยังประเทศมาเลเซียมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7,000 บาทต่อคน อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจในการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้

นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้พิจารณาการขออนุญาตจัดตั้ง OQ/SQ และขออนุมัติค่าไฟฟ้าศูนย์กับกันชุมชน (CI พฤกษา) อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา และการขอใช้เงินทดรองราชการเชิงป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินกรณีรับ-ส่ง คนไทยที่เดินทางผ่านแดนถาวรด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ไปยัง 4 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นต้น

ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว

ประชา-วรามิตร / ภาพ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ข่าวยอดนิยม

To Top