ข่าวการศึกษา

ม.ทักษิณ พัฒนาพัทลุงโมเดล “กระจูดแก้จน” จาก Lenoi Craft Phattalungสู่การสร้างพลัง สร้างรายได้ กระจายโอกาส  สู่ระดับประเทศ

มหาวิทยาลัยทักษิณได้มีการปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่และการแก้ไขปัญหาความยากจนที่เหมาะสม ด้วยรูปแบบการพัฒนา “พัทลุงโมเดล” ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งการพัฒนาโมเดลดังกล่าวภายใต้ชื่อโครงการ “กระจูดแก้จน” เปิดโอกาสให้คนจนเข้าสู่กระบวนการของโครงการด้วยการสมัครใจเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาความรู้ คุณภาพชีวิต และสร้างรายได้เพิ่ม โดยมีศูนย์หัตถกรรมกระจูดวรรณีเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดพัทลุง

วันนี้ (12 เม.ย. 65) มหาวิทยาลัยได้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานจาก Lenoi Craft Phattalungสู่การสร้างพลัง สร้างรายได้ กระจายโอกาส ณ ลานจัดแสดง Quartier Gallery ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier) สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งมีภาคีเครือข่ายความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยทักษิณ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณีพัทลุง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานจังหวัดพัทลุง และศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier) สุขุมวิท กรุงเทพฯ ร่วมจัดงานในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอและเผยแพร่พัทลุงโมเดล ผ่านการจัดแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์เลน้อยคราฟที่มาจากครัวเรือนคนจนทะเลน้อย เป็นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้เพื่อเพิ่มรายได้และเปิดมุมมองใหม่เป็นที่รู้จักในสังคมวงกว้างมากขึ้นและได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ผู้บริหาร คณาจารย์นักวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณ และตัวแทนจากชุมชนทะเลน้อย เข้าร่วม

สำหรับกิจกรรมภายในงานได้จัดเวทีเสวนา “จาก Lenoi Craft Phattalung สู่การสร้างพลัง สร้างรายได้ กระจายโอกาส” ร่วมกับหน่วยงานภาคีความร่วมมือและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระจูดจากโครงการฯ ที่มีหลากหลายรูปแบบ และมีอัตลักษณ์ ลวดลายที่โดดเด่นสวยงาม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์กระจูดจาก Lenoi Craft Phattalung ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 19 เมษายน 2565 ภายในงาน Songkran Heritage ณ ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า พี่น้องชาวทะเลน้อยได้ออกมาจากทะเลน้อยมาอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่เฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังมาอยู่ในศูนย์กลางของกรุงเทพฯ เป็นความน่าดีใจเป็นอย่างยิ่ง กระทรวง อว. โดยมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนทางด้านนี้ เราได้บรรจุเรื่องของการพัฒนา เป็นหัวใจของการทำงานหลักของกระทรวง ต้องขอบคุณท่านผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหาร ทปท. ที่ขับเคลื่อนในเรื่องนี้ และที่สำคัญต้องขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ลงไปในพื้นที่ และฝังตัวอยู่ในพื้นที่ ได้นำความรู้และประสบการณ์เพื่อชุมชน มหาวิทยาลัยสอนคน ทำคนเป็นคนที่มีอาชีพ สร้างความรู้ โดยการพัฒนาความรู้พัฒนาการวิจัย และสร้างนวัตกรรม นี่เป็นภารกิจที่เกิดขึ้นก่อนมีการตั้งกระทรวง ในการตั้งกระทรวงเรามีอีกภารกิจที่สำคัญมาก คือ ภารกิจการพัฒนา สร้างคน สร้างความรู้ สร้างนวัตกรรมแล้ว จะต้องนำไปสู่การพัฒนา ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจของทุกคนดีขึ้นนั้น เป็นมิติของการพัฒนา กระทรวงฯ มีโครงการจำนวนมากในเรื่องของการพัฒนา มหาวิทยาลัยตอนนี้ออกนอกบริบทเดิม ที่มีอยู่ไปเยอะมาก และที่สำคัญเรื่องการพัฒนา เป็นการพัฒนาแบบมุ่งเป้าให้เห็นผลจริง ๆ โดยการที่ผลนี้ดูที่ระดับของคน ดูที่ระดับของชุมชน และดูที่การขับเคลื่อนต่าง ๆ เช่น โครงการ lenoi Craft Phathalung สอดคล้องกับภาคทั้งหมด อยากเห็นมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และอื่น ๆ ในส่วนนี้ทำงานเพิ่มเติมจากการสร้างคน สร้างความรู้ สร้างนวัตกรรม แล้วต้องให้เกิดผลที่จับต้องได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ภาควิชาการกับภาคประชาชน มาช่วยกัน เมื่อประชาชนดีขึ้น มหาวิทยาลัยก็ดีขึ้น ประเทศก็จะดีขึ้น ในนามของกระทรวง อว. ขอขอบคุณ ทุกหน่วยงาน ทั้งมหาวิทยาลัยทักษิณ ผู้บริหารในพื้นที่ และชุมชนต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ช่วยกัน และขอขอบคุณทางควอเทียร์ ที่สนับสนุนพื้นที่ในวันนี้

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการบริการวิชาการ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทักษิณเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งได้นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แก้จน เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้แก่ชาวบ้านทะเลน้อย โดยการดึงวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง (กระจูดวรรณี) ผนวกกับองค์ความรู้ทางด้านศิลปกรรมการออกแบบของมหาวิทยาลัยทักษิณ โดยใช้วิธีการ Coaching เน้นการเพิ่มทุนมนุษย์จากกระจูด จัดทำเป็นหลักสูตรฝึกอบรมให้ความรู้เชิงทฤษฎีและลงมือปฏิบัติจริง ได้แก่ การพัฒนาและสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบเชิงสร้างสรรค์ (Production) การยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบยั่งยืน (Design/Branding) และการพัฒนาการตลาดในยุคดิจิทัล (Marketing/Selling) เพิ่มทุนสังคม ด้วยการส่งเสริมการรวมกลุ่มของคนจน เป็นวิสาหกิจชุมชนเลน้อยคราฟ (Lenoi Craft Community Enterprise) เพิ่มทุนเศรษฐกิจ สมาชิกของวิสาหกิจชุมชนเลน้อยคราฟ มีช่องทางการหารายได้ระหว่างทาง คือ สามารถนำกระเป๋ากระจูดที่สานที่บ้านมาฝึกทดลองขายผ่านออนไลน์หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรม ปัจจุบันโครงการได้ขยับมาถึงช่วงของการนำความรู้ที่ผ่านการอบรมมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นและสวยงาม ทั้งการใช้สีธรรมชาติสำหรับกระบวนการย้อม การคิดค้นลวดลายใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เช่น ลายเกลียวคลื่น ลายดอกบัว ลายตัวขอพระราชทาน เป็นต้น การนำเสนอผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็เป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาโมเดล สร้างรายได้ และขยายโอกาสให้แก่ครัวเรือนคนจนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

นายมนัทพงค์ เซ่งฮวด กลุ่มวิสาหกิจกระจูดวรรณี เปิดเผยว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยการสานกระจูดสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนชาวทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง โชคดีชาวบ้านกลุ่มเปราะบาง (lenoi Craft) ได้รับความรู้จากอาจารย์พลัฏฐ์ ยิ้มประเสริฐ สังกัดสาขาศิลปะการออกแบบ มหาวิทยาลัยทักษิณ และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่ได้เข้ามาร่วมกันคิดออกแบบ และพัฒนาส่งเสริมการผลิตกระจูดสร้างรายได้ให้แก่คนจนทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ภายใต้โครงการการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดพัทลุง โดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สนับสนุนทุนวิจัย ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยทักษิณ

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ข่าวยอดนิยม

To Top